The Setting Sun (斜陽) – Osamu Dazai | Her Alienation from Society

The dying is beautiful, but to live, to survive – those things somehow seem hideous and contaminated with blood.

รีวิว the setting sun osamu dazai

ชื่อเรื่อง: The Setting Sun (斜陽)
ผู้เขียน: Osamu Dazai
ผู้แปล: Donald Keene
สำนักพิมพ์: New Directions Publishing
จำนวนหน้า: 175 หน้า
สั่งซื้อ: Kinokuniya

เรื่องย่อ the setting sun osamu dazai

พายุร้ายแห่งสงครามพัดผ่าน ฉุดให้ชนชั้นอันเปราะบางค่อย ๆ จมดิ่งสู่เงามืด จากที่เคยสูงเทียมอาทิตย์บนฟ้า กลับสิ้นแสงลงมาต่ำต้อยเทียมดิน

เรื่องราวของหญิงผู้สูงศักดิ์ นามว่า “คาสุโกะ” ต้องพบเจอกับโศกนาฎกรรมของชีวิตหลังภาวะสงคราม การสูญเสีย การเอาตัวรอด และความรักที่ไม่สมดังใจหวัง…

เท่าที่ได้อ่านผลงานของ Osamu Dazai มา รู้สึกว่า The Setting Sun มีความเป็นนิยายมากที่สุด เป็นการเขียนเรื่องราวจากมุมมองของหญิงสาวชนชั้นสูงที่ตกที่นั่งลำบากจากภาวะสงคราม ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้องเอาตัวรอดด้วยการขายสมบัติและทรัพย์สิน ระหกระเหินจากคฤหาสน์ไปอยู่บ้านหลังเล็กริมทะเลกับแม่ที่ป่วย อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับการกลับมาของนาโอจิ ผู้เป็นน้องชายที่อยู่ในภาวะติดยา

ที่บอกว่ามีความเป็นนิยายมากที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ได้อ่าน The Flowers of Buffoonery และ The Beggar Students ที่เต็มไปด้วยความคิดกระจัดกระจายของผู้เขียน แต่เรื่อง The Setting Sun กลับไม่เป็นเช่นนั้น ทุกอย่างมีการวาง plot มาแล้ว สัมผัสได้ถึงเลเยอร์หรือสารที่ผู้เขียนต้องการสื่อ ทุกอย่างมี depth ที่อ่านแล้วส่งผลต่ออารมณ์อยู่พอสมควร

part ที่ชอบสุด คงยกให้ part นี้ :

To wait. In our lives we know joy, anger, sorrow, and a hundred other emotions, but these emotions all together occupy a bare one percent of our time. The remaining ninety-percent is just living in waiting. I wait in momentary expectation, feeling as though my breasts are being-crushed, for the sound in the corridor of the footsteps of happiness, Empty. Oh, life is too painful, the reality that confirms the universal belief that it is best not to be born.

Thus every day, from morning to night, I wait in despair for something. I wish I could be glad that I was born, that I am alive, that there are people and a world.

เพราะชีวิตส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการรอคอย รอคอยอย่างมีหวังเพื่อจะได้พบเจอกับวันและเวลาที่ดีขึ้นกว่าเดิม

หรือจะเป็น part นี้ของคาสุโกะ :

I am afraid because I can so clearly foresee my own life rotting away of itself, like a leaf that rots without falling, while I pursue my round of existence from day to day. That is what I find impossible to bear, and why I must escape from my present life, even if it means violating the whole code of young ladies’ etiquettes.

และยังมีอีกหลาย part ที่ชอบมาก คาดว่าคงได้อ่านซ้ำอีกรอบหรือซื้อแปลไทยมาอ่าน เพราะยังมีบางตอนที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้

จากที่ติดตามผลงานของ Osamu Dazai มา รู้สึกว่าใช้เวลาอ่านเล่มนี้นานที่สุด มีอะไรหลายอย่างให้ตีความ รวมไปถึงการพยายามทำความเข้าใจในการกระทำของคาสุโกะด้วย เพราะบางอย่างทำให้คนอ่านอย่างเราขมวดคิ้วอยู่เหมือนกัน แต่อย่างว่า การตัดสินใจกระทำการบางอย่างของมนุษย์ ไม่ต้องได้รับความเข้าใจจากทุกคนเสมอไป เพียงแค่เติมเต็มความรู้สึกบางอย่างในตัวคน ๆ นั้นก็เพียงพอแล้ว